<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งสวป.-6ลูกน้อง ยำหนุ่มคากุญแจมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด้ง สวป.หลักสอง กับลูกน้องอีก 6 นาย รุมยำผู้ต้องหาเมายาอาละวาด ทั้งที่ใส่กุญแจมือ ถูกถ่ายคลิปแพร่สังคมโซเชียล วิจารณ์ขรมทำเกินกว่าเหตุ ผบช.น.เผยตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว ยันตำรวจไม่มีสิทธิ์ทำร้ายผู้ต้องหา หลักฐานชัดเจน ด้านสีกากีอารมณ์ร้อนอ้างถูกด่า ถ่มน้ำลายใส่จนสิ้นทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ สังคมโซเชียลมีการแชร์คลิปตำรวจ 6-7 นายรุมซ้อมผู้ต้องหาข้าง สน.หลักสอง โดยผู้ต้องหาถูกใส่กุญแจมือนั่งอยู่ที่ท้ายรถกระบะ และถูกทำร้ายหลายครั้ง จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อรรถวุฒิ&amp;nbsp;นิวาตโสภณ ผกก.สน.หลักสอง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;หลังตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีคนเมายาหรือสารเสพติดอาละวาดภายในวัดบุณยประดิษฐ์ ถนนพุทธมณฑลสาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำรวจสายตรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกับวิทยุขอกำลังสายตรวจมาสนับสนุนเข้าจับกุม ก่อนจะนำตัวชายคนดังกล่าวไปที่&amp;nbsp;สน.หลักสอง โดยขณะเข้าจับกุม ผู้ชายตามภาพในคลิปทราบชื่อนายคณาพจน์&amp;nbsp;อินทร์เรือน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้ต่อสู้ขัดขืนการจับกุม อีกทั้งนายคณาพจน์เป็นคนรูปร่างใหญ่ ทำให้การจับกุมเป็นไปด้วยความยากลำบาก และในขณะที่นำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถมายังสถานีตำรวจ ยังได้ด่าเจ้าหน้าที่และถ่มน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตลอดทาง กระทั่งถึงสถานีตำรวจ เจ้าที่จึงหมดความอดทน ทำให้เกิดเหตุตามคลิป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อรรถวุฒิกล่าวว่า เบื้องต้นในส่วนผู้ต้องหา ได้ถูกดำเนินคดีมีสารเสพติดในร่างกาย ขณะเดียวกันได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำร้ายชายในคลิปว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ อยู่ระหว่างรอผลการสอบสวน ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องลูกน้องเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน &amp;nbsp;พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9&amp;nbsp;ได้ออกหนังสือคำสั่ง&amp;nbsp;ที่ 126/2562&amp;nbsp;เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ระบุว่า ให้&amp;nbsp;พ.ต.ท.สันติ&amp;nbsp;ประทุมรัตน์&amp;nbsp;สวป.สน.หลักสอง,&amp;nbsp;ร.ต.อ.วิชาญ&amp;nbsp;ชุ่มช่วง&amp;nbsp;รอง สวป., ร.ต.อ.ภิญโญ&amp;nbsp;ทั่งถิน&amp;nbsp;รอง สวป.,&amp;nbsp;ด.ต.สมชาย&amp;nbsp;ด้วงมูล&amp;nbsp;ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม,&amp;nbsp;ส.ต.ท.กิตติธัช&amp;nbsp;ปานันต๊ะ&amp;nbsp;ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม,&amp;nbsp;ส.ต.ท.อนุชา&amp;nbsp;วิชัยคำจร&amp;nbsp;ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม และ ส.ต.ท.สัญญา&amp;nbsp;ใจจันทร์&amp;nbsp;ผบ.หมู่งานจราจรปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;ผบ.งานป้องกันปราบปราม รวม 7&amp;nbsp;นาย ไปช่วยราชการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;ศปก.บก.น.9&amp;nbsp;โดยขาดจากต้นสังกัดจนกว่าจะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ให้ พ.ต.อ.จักรภพ&amp;nbsp;สุคนธราช&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผบก.น.9&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ขณะนี้ ผบก.น.9 มีคำสั่งย้ายตำรวจ 7 นายที่ปรากฏในคลิปออกจากพื้นที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ขอยืนยันว่าตำรวจทั้ง 7 นายไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา ถือว่าเป็นความผิด เนื่องจากไม่เป็นไปตามขั้นตอนการควบคุมตัว และภาพที่ปรากฏตามคลิปค่อนข้างชัดเจน โดยจะสอบสวนว่าผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บระดับใด และตำรวจมีความผิดถึงขั้นใด เพราะจะมีผลต่อการแจ้งข้อหาทั้งทางอาญาและวินัย ยืนยันมีบทลงโทษแน่นอนและจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกทำร้ายเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุคลุ้มคลั่งที่วัดบุณยประดิษฐ์ ย่านบางแค จากการตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงส่งตัวดำเนินคดี ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และมีประวัติเคยถูกจับเกี่ยวกับยาเสพติด แต่แม้ว่าจะเป็นผู้ต้องหาก็จะให้ความเป็นธรรม โดยจะประสานไปยังเรือนจำ นำตัวไปตรวจร่างกาย ประกอบการสอบสวนวินัยร้ายแรงของตำรวจชุดนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาเมายาอาละวาด เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้ยุทธวิธีอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อหยุดยั้งและระงับการกระทำของผู้ต้องหา ณ ขณะนั้น จึงมีการใช้กระบองยางที่พิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ตามหลักยุทธวิธีตำรวจ จะคำนึงถึงความปลอดภัย ระดับการใช้กำลัง ในขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่การจับกุม การตรวจค้น การควบคุมผู้ต้องหา ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มิได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้ที่ถูกจับกุมหรือประชาชนให้ได้รับบาดเจ็บ กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชนจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมโปร่งใส ตอบคำถามสังคมได้ ผบก.น.9 จึงมีคำสั่งให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40737</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณาพจน์ อินทร์เรือน, ด.ต.สมชาย ด้วงมูล, พ.ต.ท.สันติ ประทุมรัตน์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, ร.ต.อ.ภิญโญ ทั่งถิน, ร.ต.อ.วิชาญ ชุ่มช่วง, ส.ต.ท.กิตติธัช ปานันต๊ะ, ส.ต.ท.สัญญา ใจจันทร์, ส.ต.ท.อนุชา วิชัยคำจร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d273603a4e03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
